บริการวิเคราะห์ตลาดออนไลน์ และ Seo

  • January 9, 2021

ตัวอย่างของวิธีทำการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างยอดซื้อซ้ำและลูกค้าบอกต่อ เช่น: เจ้าของร้านกาแฟที่จ้างกราฟิกดีไซเนอร์ให้ออกแบบโลโก้ธุรกิจชอบผลงานการออกแบบ จึงตัดสินใจจ้างทำเมนูและนามบัตรด้วย หญิงวัยทำงานที่ทดลองใช้บริการเทรนเนอร์ส่วนตัว 2 ชั่วโมงแล้วตัดสินใจสมัครคอร์ส thirty ชั่วโมง นักศึกษาใช้บริการร้านอาหารแล้วตัดสินใจสมัครสมาชิกเพื่อเป็นลูกค้าประจำ เพื่อที่จะสร้างความไว้ใจลูกค้ามากขึ้นและทำให้เกิดการซื้อซ้ำ… คุณจำเป็นต้องมีช่องทางในการติดตามเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำได้ด้วย Email Marketing, Retargeting Campaign, ระบบ CRM เป็นต้น เมื่อคุณทราบแล้วว่าลูกค้าเป้าหมายของคุณจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทั้งหมดนี้ สิ่งถัดมาที่คุณจะต้องทำก็คือการวางแผนเพื่อสร้างแคมเปญการตลาดออนไลน์ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกค้าแต่ละคนก้าวผ่านแต่ละขั้นตอนและยกระดับการตัดสินใจ

ที่สำคัญไปกว่านั้น การสร้างกระบวนนี้จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตรวจสอบและหาว่าส่วนไหนของกระบวนการทั้งหมดนี้ควรถูกปรับปรุง ซึ่งจะทำให้คุณสามารถแก้ไขได้เป็นจุดและได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ต้องการ แคมเปญการตลาดที่นำลูกค้าจากขั้น Attract ไป Change คอนเทนต์: วีดีโอแนะนำธุรกิจ ช่องทางการเข้าถึง: Fb Advertisements

ผลลัพธ์ที่ต้องการ: ให้ลูกค้าติดตามเพจธุรกิจ นี่เป็นแคมเปญแรกสุดสำหรับธุรกิจที่ไม่เพิ่งเปิดตัวและต้องการทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในแคมเปญนี้ธุรกิจสามารถเริ่มต้นด้วยการสร้างวีดีโอแนะนำธุรกิจ เพื่อดึงดูดลูกค้าซึ่งยังไม่รู้จักกับสินค้าและบริการได้ให้เข้ามารู้จักและคุ้นเคยกับธุรกิจมากขึ้น โดยธุรกิจใช้ Fb Ads เป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า เป็นต้น

แคมเปญการตลาดออนไลน์ การจะทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็นลูกค้าที่ชื่นชอบธุรกิจของคุณ สิ่งที่คุณต้องมีก็คือ “แคมเปญ” และเนื่องจากคุณไม่สามารถทำให้คนแปลกหน้ากลายเป็นลูกค้าทันทีได้ คุณจึงจำเป็นต้องมีแคมเปญการตลาดออนไลน์มากกว่าหนึ่งแคมเปญ เพื่อให้แต่ละแคมเปญทำหน้าที่ในแต่ละขั้นตอนของการยกระดับการตัดสินใจลูกค้า เมื่อคุณสามารถวางแผนการสำหรับแต่ละขั้นตอนได้อย่างครบถ้วน ทุกแคมเปญก็จะทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องและธุรกิจของคุณก็จะมีกระบวนการในการเปลี่ยนคนแปลกหน้าเป็นลูกค้าอย่างสมบูรณ์

คุณมีลูกค้าที่จ่ายเงินให้กับคุณแล้ว ขั้นตอนถัดไปก็คือการทำให้แน่ใจว่าเขาพอใจกับสินค้าและบริการที่ซื้อจากคุณไป… เพื่อให้เขาไว้ใจคุณมากขึ้นจนตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการอื่นๆ จนถึงขั้นที่เขากล้าจะบอกต่อธุรกิจของคุณให้กับคนรู้จัก ในขั้นตอนนี้หากลูกค้าของคุณไม่ชอบสิ่งที่ซื้อไป เขาก็อาจจะไม่ซื้ออะไรจากคุณอีกเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คุณจำเป็นต้องใส่ใจกับผลตอบรับที่ได้จากลูกค้าแต่ละคน เพื่อให้คุณสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของตัวเองได้

ตัวอย่างของวิธีทำการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างลูกค้า เช่น: เต๊นท์รถยนต์ที่ให้ผู้เยี่ยมชมทดลองขับก่อนตัดสินใจเซ็นต์สัญญา กล่องเคเบิ้ลทีวีที่ให้ผู้ใช้งานทดลองใช้บริการสามเดือนแรกในราคาลด 50% ฟิตเนสที่เปิดให้คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกรายเดือนเข้าร่วมคลาสออกกำลังกายโดยจ่ายเป็นครั้งๆ ถึงแม้ว่าราคาของข้อเสนอสำหรับขั้นตอนนี้อาจจะสูงเพียงแค่หลักร้อยและอาจไม่ถึงพันบาท… แต่เมื่อคนหนึ่งคนกลายเป็นลูกค้าของธุรกิจของคุณแล้ว เขาก็จะซื้อสินค้าและบริการอื่นๆที่มีราคาสูงขึ้น หรือซื้อซ้ำจากคุณโดยอัตโนมัติ หากเขาพอใจกับสิ่งที่ซื้อไปจากคุณครั้งแรก ขั้นตอนที่ 4: Pleasure

การตลาดออนไลน์

และหากเกิดข้อผิดพลาดที่ทำให้ลูกค้าของคุณไม่พอใจกับสิ่งที่ซื้อไป คุณก็ควรที่จะตามแก้ไขเพื่อทำให้เขาได้รับในสิ่งที่คาดหวัง… ยิ่งลูกค้าพอใจกับสิ่งที่ซื้อไปจากคุณมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งรู้สึกดีกับธุรกิจของคุณมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้เขากล้าซื้อสินค้าและบริการอื่นๆมากขึ้น และวงจรนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำๆภายใน Customer Jouney อย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าในขั้นตอนของการสร้างลูกค้าคุณอาจจะไม่ได้กำไรตั้งแต่ครั้งแรก (หรือแม้กระทั่งขาดทุน)… แต่เมื่อคุณนำลูกค้ามาสู่ขั้นตอนนี้ได้แล้ว กำไรก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะคุณมีลูกค้าที่ซื้อซ้ำ และพร้อมที่จะจ่ายเงินซื้อในราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้เมื่อคุณมีลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์ของคุณ ลูกค้าเหล่านี้ก็จะกลายเป็นคนที่ช่วยโปรโมทธุรกิจของคุณอีกด้วย

เมื่อธุรกิจสามารถดึงดูดคนแปลกหน้าให้รับชมวีดีโอได้แล้ว ธุรกิจก็สามารถที่จะเสนอให้ลูกค้าติดตามเพจ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ แคมเปญการตลาดที่นำลูกค้าจากขั้น Change ไป Close คอนเทนต์: บทความให้ความรู้ ช่องทางการเข้าถึง: Google Organic

อย่างไรก็ดี การจะทำให้ลูกค้าจ่ายเงินให้กับสินค้าและบริการที่มีราคาสูงมักจะใช้เวลานานกว่าสินค้าและบริการที่มีราคาต่ำ… ซึ่งหมายความว่า หากคุณขายสินค้าและบริการราคาสูง แต่ลูกค้ายังไม่รู้สึกไว้ใจคุณมากพอ เขาก็มีโอกาสที่จะปฏิเสธคุณ ดังนั้นสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญในขั้นตอนนี้ไม่ใช่การนำเสนอสินค้าและบริการราคาสูงเพื่อให้คุณสามารถสร้างกำไรจำนวนมาก… แต่ควรเป็นสินค้าและบริการที่ราคาต่ำหรือไม่สูงมากเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เป้าหมายก็คือ การทำให้ลูกค้าแสดงความพร้อมออกมาด้วยการจ่ายเงิน และคุณมอบสินค้าและบริการที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับเขาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เขาพร้อมจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นในภายหลัง กล่าวคือ… ในขั้นตอน Close หรือปิดการขายนี้คือการยื่นข้อเสนอที่เปรียบเสมือการทดลองใช้สินค้าและบริการขั้นต้น เพื่อเป็นการสร้างความไว้ใจที่เขามีต่อบริการของคุณ ก่อนที่คุณจะขอให้เขาซื้อสินค้าและบริการอื่นๆที่มีราคาสูงขึ้นนั่นเอง เมื่อลูกค้าหนึ่งคนตัดสินใจจ่ายเงินให้กับคุณแล้ว นั่นคือคุณได้ “คนที่เป็นลูกค้าจริงๆ” ซึ่งกำไรจะตามมาเองในภายหลัง

เพื่อที่จะสร้างความไว้ใจ คุณจำเป็นต้องมีช่องทางการเข้าถึงลูกค้าซึ่งจะทำให้คุณสามารถพูดคุยและนำเสนอสิ่งดีๆให้กับเขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยให้เขาติดตามเพจ, ลงทะเบียนรับข่าวสาร, บันทึกผู้เข้าชมเว็บไซต์ใน Remarketing List เพื่อให้เขาเห็นโฆษณาของคุณซ้ำๆ เป็นต้น ขั้นตอนที่ 3: Close ในขั้นตอนนี้ธุรกิจของคุณมีผู้ติดตามแล้ว รวมทั้งคุณมีการพูดคุยและสร้างความคุ้นเคยกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง… หากคุณนำเสนอแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับเขาและสร้างความไว้ใจได้ ผู้ติดตามจำนวนหนึ่งของคุณก็จะยกระดับการตัดสินใจของตัวเองและมีความพร้อมที่จะซื้อ นี่คือจุดที่ลูกค้าของคุณเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่คุณนำเสนอน่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับเขาได้จริงๆ… และคุณสามารถที่จะยื่นข้อเสนอต่างๆให้เขา “จ่ายเงิน” เพื่อซื้อสินค้าและบริการได้